วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ดอกบัวตอง


มาแล้วค่่ะ..บัวตอง..เป็นทานตะวันป่า..แบบดั้งเดิม..เขาว่าเป็นเอเลี่ยน นะ..ไม่ใช่ของไทย..ที่แน่ๆ..บัวตองแม่อูคอนี่..มาจากแม่สะเรียง..แต่ก้อยังเป็นชาวแม่ฮ่องสอนอยู่ดี..เขาเล่าว่า..ที่นี่เป็นเขาหัวโล้นจากการทำไร่เลื่อนลอย..กรมป่าไม้จะปรับปรุง.แต่สู้หญ้าคาไม่ไหว..เลยลองเอาเมล็ดบัวตองมาโปรย..เย้ ๆๆ ชนะหญ้าคา..แถมสวยอีกตะหาก..คราวนี้ดังทางการท่องเที่ยว..มีดอยเหลืองๆๆๆๆๆ..สวยๆๆๆ..ใครๆก้ออยากมาดู..แม่ฮ่องสอนช่วงนี้..มีแต่นักท่องเที่ยว..เจอกี่คน..ก้อบัวตอง..มีคณะหนึ่ง..รีบโชว์ภาพให้ดู..ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อน..เขาถ่ายภาพได้สวยเชียวละ..ดูบัวตองเป็นดอกๆ..ก่อนนะคะ..แล้วค่อยไปดูแบบเต็มดอยกันเอาเองให้เห็นด้วยตาเลย..จะรู้ว่าอลังการแบบไหน..คนละความรู้สึกกับไปดูทานตะวัน..แถวๆเขื่อนป่าสักเลยนะ

ม้ง..ม้งดอยแม่อูคอ


พบเด็กม้งที่ดอยแม่อูคอ..กำลังเล่นเพลงลอยกระทง..เพื่อนอีกคนรู้ใจรีบบอกมาดูดอกบัวตอง..อยากฟังเพลงบ้านเรามากกว่า.เท่านั้น..เด็กๆรีบเล่นเพลง..ดอกบัวตองนั้นบานอยู่บนยอดดอย...แบบชาวเหนือ..แต่คนฟังกลับได้ยินเสียงจากอดีต..ว่า....
ม้ง ก็ เป็นไทยในภาคเหนือเชื้อไทยเรา หากินตามไหล่เขา ภูมิลำเนาเขาเป็นชาวป่า เฮ้ ! ..เลยทิปเด็กๆไปเล็กน้อยสมทบทุนน่ะ..ก้อที่กล่องรับบริจาค..เขียนว่า..อยากไปทะเลค่ะ..พี่น้องชาวศรีราชาบอกว่า..ตามพี่ไปเลย..เด็กๆยิ้มกันใหญ่..จะพบที่ศาลานี้เฉพาะวันหยุดเรียน..วันธรรมดาเขาไปเรียนกัน..น่ารักจริงๆ..บางคนก้อไปเฝ้าสวนดอกไม้ที่เก็บค่าเข้าชมคนละ 5 บาท เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแบบที่เราพบแถวๆพระตำหนักภูพิงค์ อ่างขาง หรือดอยตุงน่ะแหละ..เป็นสวนเล็กๆ..เอาเหอะ..สนับสนุนเขาหน่อย..เราก้อสดชื่นด้วย..

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หนาว..แล้ว


หนาวแล้ว..ดอกไม้..สวยๆๆๆๆ...ชวนไปชื่นชมดอกไม้..ที่ไหนก้อได้..ได้ความสดชื่น..ได้กระจายรายได้..ได้รางวัลให้กับตนเอง..จะเที่ยวได้..ร่างกายต้องแข็งแรง..ตังค์ไม่เกี่ยว..จะเที่ยวซะอย่าง..รักษาสุขภาพนะจ๊ะ..ทำตัวให้อบอุ่นเอาไว้..วิธีใดก้อตามใจ..กินหอมหัวใหญ่..หัวผักกาดขาว..แครอท..ผักใบเขียว..ออกกำลังกาย..นอนให้เป็นเวลา(กลางคืนนะ)..เดี๋ยวเวลากลางวันจะนอน กลางคืนจะตื่น..แล้วบอกเป็นเวลา..ใครไปฉายรูป..มาฝากด้วยนะ..จะคอยดู

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

หวัด..เป็น..หวัด


หวัด...จ้าหวัด..ใครก้อไม่อยากเป็น เพราะรำคาญ หายใจลำบาก เจ็บคอ น้ำมูกเยอะ ปวดหัว ตัวร้อน มาเป็นขบวนเลย..ความรู้นี้ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ แต่เพิ่งอ่านเจอ เมื่อกี้นี้(๒๑.๐๐ น. ๒๗ ตค.)รีบมาบันทึก..เดี๋ยวลืม..ถ้าอยากห่างไกลหวัด ให้วนเวียนกินเมนูเหล่านี้..เอาพอประมาณนะ..อย่ากินจนพุงโต..อาหารต้านหวัดที่คุณหมอแนะนำมี ๕ อย่าง ได้แก่....พะโล้....ซุปไก่.
...ต้มยำที่มีสมุนไพรเยอะๆๆ ก้อข่าตะไคร้ใบมะกรูดหอมแดง....เนื้อปลา...กล้วยค่ะ..โดยเฉพาะ..กล้วยน้ำว้า..แต่ไม่มีก้อกล้วยอื่นๆแล้วกัน..เข้าท่านิ..กินได้ตลอดละ..หมอว่า..มีกระสายยาอยู่ในอาหารพวกนี้เยอะ..เอาไว้สำหรับฆ่าเชื้อตัวเล็กๆๆพวกนี้โดยตรง..สงสัย..ไม่มีใครเป็นหวัดละทีนี้..ขอให้โชคดี

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เจ้าพารา


เจ้าพารา คือพระพุทธเจ้า พระพุทธรูปที่แม่ฮ่องสอนเป็นแบบไทยใหญ่ เราก้อเป็นคนไทย เป็นไทยที่ใหญ่ด้วยนะ พระพุทธรูปจะมีฉัตร มีบัลลังค์แบบสวยงามเสมอ หน้าพระพทุธรูปจะมีโตก หรือพานใช้วางดอกไม้ที่คนนำมาบูชา ในกรณีที่พิเศษ ก้อมี "อุ๊ปเจ้าพารา"ด้วย มองดูที่บูชาพระทั้งหมดเมื่อไร ก้อสบายใจ สงบ สว่าง เมื่อนั้น แต่อย่างว่าละนะ ความเคยชินของใครอย่างไร ก้อต้องว่าสวย ว่าดีละ ภูมิใจนำเสนอเช่นกัน ไม่ได้กลับบ้านช่วงเทศกาลมานาน ..คราวนี้เลยเสนอให้จุใจ...

อุ๊ปเจ้าพารา


อุ๊ปที่ว่านี่คือของที่ทำถวายพระพุทธเจ้า หน้าตาเป็นอย่างที่เห็น ไม่ได้ทำเองนะ คนที่ชำนาญการเขาทำให้ เพื่อประกอบการทำบุญที่เรียกว่าแฮนซอมโก่จา ที่ดีใจและปลื้มใจจนต้องนำเสนอ เพราะแค่เจ้าภาพไปบอกว่าวันที่ 14 ตุลาคมนี้จะแฮนซอมโกจาให้พ่อเติม ผู้ที่มีฝีมือหลายๆคนบอกจะมาช่วยจัดให้ มาโดยไม่ต้องเชิญหรือขอร้อง เขามาทำให้เพราะเชื่อว่าได้บุญมากหนึ่ง ทำให้คนที่รู้จักมักคุ้นอีกหนึ่ง เป็นประเพณีร่วมด้วยช่วยกันที่ดีมากๆๆๆ แต่..คนที่มาอายุ 60 up ..แล้วอีกไม่นาน การช่วยงานอย่างนี้คง...หายไป..ตามกาลเวลา..เจ้าภาพก้อสนุกนะ..จะเลี้ยงอาหารแบบใดดี ? ทำไหวไหม? ภาชนะที่จะใช้..ไปยืมจานชามที่วัด หรือรื้อ ออกมาล้าง.เป็นความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน..แล้วชิ้นงานที่ออกมา..สวย..ตามใจคนทำ..คนสมัยนี้ได้แต่..เหรอ..ทุกอย่างเป็นอนิจจัง..

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

แฮนซอมโก่จา


แค่เห็นหัวเรื่อง..งู..ก้อเลื้อยตามกันมาเป็นแถวๆๆๆๆ..เฉลย..แฮน คือ จัดเตรียม ...ซอม คือ อาหาร...โก่จา คือ ครั้งสุดท้าย..เป็นประเพณีหลังการตายที่ต้องทำ มิได้มีแต่อาหารนะ..แต่เครื่องประกอบน่ะ..เพียบ..ต้องมีแบบการทำบุญน่ะแหละ..ที่
พิเศษ คือต้องมี ตุง (ธง) เป็นความเชื่อว่าถ้าลูกหลานไม่ทำให้ผู้ตาย..จะโดนแช่ง..ไม่รู้ว่าคนตายแช่ง..หรือคนอื่นๆในสังคมแช่ง.ไม่ว่าอย่างไรจะแช่งจะสรรเสริญ..เราชาวพุทธไม่ควรจะหยุดอยู่เฉย..ทำบุญ ๆๆๆๆๆๆ..ดีต่อตัวเองแหละ..อ้อ..พิธีนี้ทำได้เฉพาะวันขึ้น ๑ ค่ำ - ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ เท่านั้น จะตายวันออกพรรษา ก้อต้องรอพิธีนี้ตามกำหนด..คือทำได้ปีละครั้ง และครั้งเดียวเท่านั้นสำหรับผู้ตาย..งี้ละมัง..ใครไม่ทำย่อมเป็นจำเลยของสังคม..แต่ปัจจุบัน.ก้อมีการกลายพันธ์ไปเหมือนกัน..อนิจจัง..ไม่เที่ยง