วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ดอยกองมู
ดอยกองมู จุดเด่นของแม่ฮ่องสอน ไม่ว่าจะเดินทางมาจากทางบกหรืออากาศถ้าเห็น ดอยกองมู แสดงว่า..นี่แหละเมืองสามหมอกละ..ดอย..แปลว่า..ภูเขา กองมู..แปลว่า..เจดีย์
ก็คือภูเขาที่มีเจดีย์..จริงๆ เรียก "หลอยกองมู" ในภาษาไทใหญ่ ..หลอย คือ ดอย ..เจดีย์ คือ กองมู..ที่นี่เราใช้ภาษาไทใหญ่..แต่ก็อยู่ในภาคเหนือ..หลอยจึงเป็นดอยในภาษาเหนือ..คนต่างถิ่นเหมารวมกันว่าคนเหนือต้องพูดอย่างนั้น...ในภาพเห็นแม่ฮ่องสอนเกือบทั้งเมือง..คนถ่าย..ยอดเยี่ยมมาก..เสี่ยงตายไปถ่ายบนเสาโทรคมนาคมที่อยู่ยนยอดดอยใกล้ๆนั้น..มาถึงคำว่า
"เมืองสามหมอก" แต่ก่อนโน้น..ไม่นานนักหรอกแค่สี่สิบปีที่ผ่านมา..แม่ฮ่องสอนเป็นเมืองปิดป่าไม้อุดมสมบูรณ์..หน้าหนาว..มีหมอกจริงๆ..หน้าฝนมีหมอกฝน..หน้าร้อนมีหมอกควัน..
เมืองยังสงบ..จอดรถทิ้งไว้..ได้สบายๆๆๆ..และตอนนี้ก็ยังมีหมอกครบ..
วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
พระอาจารย์จำเนียรวัดถ้ำเสือ
วันนี้พุธที่ 31 กรกฎาคม 2556 ดีใจมากที่ได้กราบพระอาจารย์จำเนียร สีลเสฏโฐ วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่..ท่านมาโปรดลูกศิษย์ชาวฉะเชิงเทรา..มาถึง..ท่านให้ธรรมในการปฏิบัติเพื่อให้
ตัวของเราอยู่ในปัจจุบันอย่างใจสงบ...โดยมีข้อปฏิบัติ 5 ข้อ คือ ไม่โทษตัวเอง ไม่น้อยใจตัวเอง ไม่โกรธตัวเอง ไม่ประชดตัวเอง..เพราะจะทำให้ตัวเองหดหู่ จิตตก และต้องทำใจให้ขาว
สะอาด..ท่านบอกน่ะดูง่าย..แต่ทำได้ไหมหนอ...ท่านมาประมาณหนึ่งชั่วโมง..แต่ธรรมะที่ลูกศิษย์ได้มากมายจริงๆ ท่านปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย..เช่น อย่านั่งเกินไป เวลาเดินต้องพยายาม
ให้มีน้ำหนักอยู่ในมือ...ถือของน่ะแหละ..ร่างกายโดยเฉพาะกระดูกจะได้แข็งแรง...จริงนะข้อนี้ทางการแพทย์รับรอง..ท่านมาให้กำลังใจจริงๆ..
วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
จอร้าย..จอตา
ปัจจุบันคงไม่มีใครเชิญชวนให้ดูหนังสี่จอ...แต่..สี่จอ..ปัจจุบันนี้ทำร้ายทำลายสายตาของเราอย่างมากมาย..ยิ่งอยากรู้อยากเห็น..มากเท่าไร..เรายิ่งใช้สายตาจ้อง...จอทั้งสี่..อย่างนาน..โดยกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า..คนไทยจ้องจอทั้งสี่นานเกินวันละ ๑๐ ชั่วโมง...ได้แก่จอทีวี จอมือถือ จอคอมพิวเตอร์ สุดท้ายแทบเล็ต..สี่จอนี้ทำให้เกิดอาการ..เมื่อยตา..ตาแห้ง..ตาเคือง..
ตาแสบ..ตาพร่า แพ้แสง ..ต่อมา..ปวดตา..ปวดหัว..นี่ขนาดนี้แล้ว..เราต้องลดชั่วโมงการใช้..ปัจจุบันมีการเข้าคอร์สดีท้อกซ์จอ...ใครเข้าค่ายนี้..ต้องปราศจากทั้งสี่จอ..ต้องฝากไว้กับผู้จัดการอบรมเลยนะ...เราทำเองดีกว่า..แค่ใช้ลดลงจากเดิมให้ได้ถึงครึ่งหนึ่ง...เคยจ้อง ๑๐ ชั่วโมง ก็ให้เหลือแค่ ๕ ชั่วโมง...จะได้รักษา...ตา...ให้อยู่กับเรานานๆ..ข้อสำคัญไม่ต้องเสียตังค์เข้าค่าย..
จะให้ดีกินอาหารให้ครบ ๕ หมู่ เน้นพืชผักสีเขียวเหลืองแดง..รวมผลไม้..ตามที่เคยเรียนในวิชาสุขศึกษา..ได้สายตาแจ่มใส..หัวสมองปลอดโปร่ง..ความจำดีด้วยนะ
(ขอบคุณข้อมูลจาก มุมสุขภาพโดยส้มโอมือในขวัญเรือนฉ.999)
วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ป๋างอุ๋ง
ป๋างอุ๋ง....ตอนนี้เป็นสถานที่ยอดนิยม..ยอดฮิต..ของการเที่ยวแม่ฮ่องสอน..ไม่ว่าจะไปฤดูใด..ร้อน..ร้อนมาก..ร้อนที่สุด..ก็เมืองไทยมีสามฤดูนี้แหละ..จุดที่ถ่ายนี่เป็นที่นิยมแต่เป็นอันดับรองลงมาจาก..บึงน้ำกว้างๆ..แถมหงส์อีกสักตัวสองตัว..นั่นเป็นจุดยอดฮิต....ป๋าง..ปาง..แคมป์..คือสิ่งเดียวกัน..อุ๋ง...แปลว่าเป็นเลน..เฉอะๆแฉะๆ..แบบโคลนเลน..นั่นละอุ๋ง..แสดงว่าที่แถบนี่...มีส่วนที่เป็นดินเลนลื่นๆ..แต่ไป..ไม่เห็นอย่างที่ว่า..เห็นแต่น้ำๆๆๆๆ...ดอยๆๆๆๆๆ..ที่เพิ่มมา..ป้ายๆๆๆๆๆ....และสิ่งก่อสร้าง....อืมม์..เวลาเปลี่ยน..สถานที่ก็เปลี่ยน..นะ
วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556
สังสรรค์ศิษย์เก่ารุ่นม.1/2524
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2556 ครูเก่า 7 คน ได้แก่ ครูรัตนาภรณ์ ครูอรพิณ ครูสุเบดา ครูสุกัญญา ครูอรวรรณ ครูชวนพิศ และครูกมล ได้มาพบกันที่ร้านบุรีมายาช่วงเที่ยง เพราะนักเรียนชนะสงสารวิทยาที่เรียนในช่วงปีการศึกษา 2524-2526 ได้นัดพบสังสรรค์รุ่นกัน..นักเรียนมากัน 30 คน ไม่รวมลูกๆหรือคู่ครองที่มาด้วยกัน...อื้อฮือ..นักเรียนบางคนแซงโค้ง..ล้ำหน้าครูไปแล้ว..อะไรกัน..เราจากกันไปแค่ 30 ปี..ชายก้อหัวล้าน..หญิงก้อขยายหุ่นอย่างไม่รอครู..แล้วปรากฎว่า..ครู 7 คน เสียงดังกว่าลูกศิษย์..ที่ครูๆดีใจกัน..เพราะลูกศิษย์ที่มาต่างเล่าขานถึงตัวเอง..ถึงเพื่อนที่ไม่ได้มา..ต่างมีหลักฐานมั่นคง..มีครอบครัวที่อบอุ่น..แล้วยังเล่าความหลังครั้งกระนั้น...ผมต้องยืนกอดต้นเสา..เสาธง..ต้นคูณ..บางคนบอกผมยังไม่ได้แก้ 0 เลยครับ
สามสิบปีผ่านไป..ที่เห็นปุ๊บเรียกชื่อได้ปั๊บมีสองสามคน..จ้องหน้าสักพักเรียกชื่อได้อีก..แต่ที่จ้องแล้วจ้องอีกรายงานตัวแล้ว..ครูยังตาลอยก็มี..อย่าว่าแต่ครู..นักเรียนก็นึกชื่อครูไม่ออก..เวลากลืนกินสรรพสิ่งจริงๆนะนี่...แต่วันนั้น..ดีใจมากที่เจอนักเรียนและชื่นใจมากที่เด็กๆยังรักกันเหนียวแน่น..ยังรวมตัวกันตามงานต่างๆเสมอ...
วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
วันมาฆบูชา
วันนี้วันสำคัญทางพุทธศาสนา..วันเพ็ญเดือนสาม..วันมาฆบูชา..ถ้าวันที่มี..บูชาต่อท้าย..ต้องมีการเวียนเทียนที่วัดในช่วงเย็น..ปีนี้เริ่มต้นที่..ช่วงเช้าไปทำบุญตักบาตรที่วัดใกล้บ้าน....วัดบางพระ..ชอบวัดนี้..คนเยอะก็จริงแต่เป็นระเบียบเรียบร้อย..ซื้อข้าว แกงส้มมะรุม แกงดอกจาก ข้าวเหนียวหน้ากุ้งและหน้าสังขยา..จากลานวัดไปใส่ลงในบาตร..ในถ้วยที่ทางวัดเตรียมไว้ให้...แล้วไปกราบพระประธาน จุดและปักเทียนธูป วางดอกไม้ลงในพานหน้าพระพุทธรูป..ต่อไปเดินไปทำบุญหยอดตู้ค่าน้ำ ค่าไฟ การศึกษา และกัณฑ์เทศน์..อ้อมีอีกขันหนึ่งคือ..สวดปาฏิโมกข์..มาทีไรทำอย่างนี้ทุกที..ช่วงเย็นไปเวียนเทียนที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร..ประจำอีกเช่นกัน..เวียนกันเองไม่รอพระนำ..ไม่รอตามเวลาที่ทางวัดกำหนด ๑๙.๐๐ น เดินเวียนกันไปพร้อมกับคนอื่นๆอีกหลายสิบคน..ยิ่งค่ำคนยิ่งมากจนเดินเป็นวงไม่ขาดสาย..ครบสามรอบไม่มีการส่งเสียงดัง..ทุกคนนึกคำสวดอยู่ในใจ...เดินครบสามรอบเกือบ 40 นาที..วันนี้ได้ดังที่ตั้งใจทำเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชาแล้ว...สาธุ
วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
เล็บมือ..ความเชื่อ
เล็บทั้งที่มือและเท้า..ทุกคนมีแน่นอน..เล็บยาวขึ้นๆทุกวัน..บางคนชอบบางคนรำคาญ..คนชอบก็ตกแต่งให้สวยงามตามแต่จะคิด..คนรำคาญก็หาเครื่องมือสารพัดมาตัดเล็บทิ้ง..ชาวพุทธทั่วๆไป..เชื่อในสิ่งพระพุทธองค์สอน..พร้อมเมื่อไร..นั่นคือฤกษ์ดี..เล็บยาวเกะกะตัดเสีย..สบายมือ...แต่ยังมีผู้ที่ถือ..ถือ..ถือ..ไม่ยอมวาง..โดยเลือกตัดเล็บเฉพาะวันที่คิดว่าดี..ต่อตนเอง..เท่าที่รวบรวมมาได้ดังนี้ ( ห้าม...ตัดเล็บวันอังคาร..จะเสียทรัพย์ ห้ามตัดเล็บวันพฤหัสบดี..จะมีแต่เรื่องยุ่ง ห้ามตัดเล็บวันเสาร์..สุขภาพจะไม่ดี ห้ามตัดเล็บวันพระ...อายุจะสั้น..)
วันอื่นๆดีทั้งนั้น...นี่เป็นความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่งที่แนะนำกันมา..เราจะเข้าอยู่ในกลุ่มหรือไม่??...ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเราเอง...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


