วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

พระราชดำรัส


"ถ้าเราไม่ปิดทองหลังพระ...พระจะสวยครบองค์..ได้อย่างไร...?"

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

วัดโสธรวราราม


วัดโสธรวรารามวรวิหาร..ช่วงกลางคืน..เมื่อวันที่มีการแสดงโขน..ถ่ายจากเวทีแสดงโขน..ดูดี..แปลกกว่าตอนกลางวันที่มีคนพลุกพล่าน..ตลอดเวลา..เหมือนกันมีงานประจำปี..กลางคืนสงบ..เย็นใจ

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

หนุมาน


เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2554 ได้ดูโขน..ฟรี..ที่ริมน้ำ..หน้าโบสถ์วัดหลวงพ่อโสธร..สองชั่วโมงนั่งดูแบบไม่ลุกไปไหนเลย..ดูแบบปรบมือด้วย..หัวเราะด้วย..ทึ่งด้วย..อะไรคนแสดงแต่ละคนจะอดทนได้ปานนั้น..สุขภาพแข็งแรงปานนั้น..คนพากย์ก็เช่นกัน..คนตีพิณพาทย์ลาดตะโพนนั่นด้วย..ทุกอย่างประกอบกันแล้วอลังการมากๆๆๆๆ...แสดงเรื่องหนุมาณชาญสมร..ตัวเด่นก็ต้องเป็นหนุมาณ..ต้องใช้คนแสดงเป็นหนุมาณตั้ง..สาม..คน..ภาพนี้เป็นหนุมาณที่เพิ่งเกิด..แม่สวาหะ..ยืนอยู่ใต้ต้นไม้บนก้อนหิน..ส่วนพ่อ..พระพาย..ฉวัดเฉวียนอยู่..แล้วไปอยู่ที่ก้อนหินอีกก้อน..ด้วยความที่มาไม่ทันว่าแสดงเรื่องอะไร..รู้แต่โขน..เลยลืมดูว่านางสวาหะยืนตีนเดียวหรือเปล่า...ขนาดหนุมาณออกมาแล้วก็ยัง งง งง จนกลับมาถึงบ้านแล้วสมองค่อยเรียบเรียง..อ้อ..เราได้ดูตั้งแต่..ขอเชิญชม ณ บัดนี้..จะว่าไป..ข้ามสายพันธ์ขนาดนี้..ออกมาเป็นสิ่งมีชีวิตก็เก่งแล้ว..จินตนาการคนแต่งนี่อย่างเยี่ยม..สิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต..รวมกับออกมาเป็น..ลิง...ที่เก่งกล้าสามารถมากๆๆๆ..แล้วยังทำอะไรๆ..พิเศษได้อีกหลายอย่าง

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554

หุ่นยอดฮิต


ไปเที่ยวที่ไหนๆ..มีโชว์ให้ดู..ทุกที่ไป..ไปวันแรก..ได้ดูโชว์สารพัด..ในโรงแรมกันดอว์จี พาเลซ..แต่ที่ติดใจกลับเป็นการเชิดหุ่นสาย..ทั้งๆที่มาโชว์แต่ตัวเดียว..เขาเชิดได้เร้าใจ..โรงแรมนี่เป็นพระราชวังเก่า..ตอนเห็นครั้งแรก..นึกว่าสร้างขึ้นมาเพื่อการท่องเที่ยว..เสาแต่ละต้น..ใหญ่มากๆๆๆๆ..พอๆกับเสาพระราชวังของบุเรงนองเลย..เพียงแต่ตอนนี้เขาปรับปรุงภูมิทัศน์พอลงรถก้อถึงทางเดินที่มีหลังคา..เลยนึกว่าสร้างใหม่..เข้าไปข้างใน..เออ..ใหญ่จัง..อลังการดี...ถ้ามีสนามหรือที่โล่งๆก่อนเข้าโรงแรมจะอลังการชนิดตะลึง...อ้อ..ที่ยังชอบอีกอย่างคือ..แม่ครัวที่นี่เป็นคนไทยมาจากปราจีนบุรี..เขารู้ว่ามีทัวร์ไทย..รีบออกมาทักทายกันเลย..

พระนันอู


พระองค์นี้ไกด์แปลให้ฟังว่า..พระนันอู คือพระไม่ไปไหน..แน่ละซีพระพุทธรูปนี่นา..จะเดินไปไหนล่ะ..พอโดนแซว..รีบบอกต่ออย่างรวดเร็ว..หมายถึงว่าทหารอังกฤษเขาจะเอาไปด้วย..แต่เกิดสารพัดเหตุการณ์ที่...ในที่สุด..ก้ออยู่ที่นี่แหละ..ขวัญชาวพม่าก้อกลับมา..จึงเป็นพระศักดิ์สิทธิ์..อีกองค์หนึ่ง..ที่ขนาดเราเป็นชาวต่างชาติ..เขายังภูมิใจนำเสนอ..แต่สวยนะ..สีดำกับสีทองดูเด่น..อยู่ใกล้ๆกับเทพทันใจ..

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

เทพทันใจ


เทพของพม่าที่ดังข้ามมาถึงเมืองไทย..พม่าเรียกอะไรไม่รู้..แต่คนไทยตั้งกันเองว่าเทพทันใจ..เห็นเขาว่า..ขออะไร..ก้อได้ดั่งใจ..และได้ในเร็ววันตามที่ต้องการ..ที่ไทยก้อมีนะ..เช่นจังหวัดตาก..ที่คนนิยมไป..ขอ..หรือบนบาน..เวลาขอให้เอาเงินเป็นแบงค์อะไรก้อได้ 2 ใบ ทำเป็นกรวยใส่ที่มือท่าน..แล้วขอพร..ตอนขอให้เอาศีรษะ..หัวเราน่ะแหละไปจิ้มที่นิ้วชี้ของท่านที่ชี้มา..ถ้าเราไม่ถึงอนุญาตให้เอามือเราต่อจากหัวเราไปที่นิ้วท่านได้..ขอพรเสร็จ..เอาแบงค์คืนมา 1 ใบ..เก็บไว้เป็นขวัญถุง...คนเข้าคิวกันยาวๆๆๆๆๆ...แต่คนรอดู..ก้อดูกันมากมาย
สงสัยจะได้จริงๆ..คนที่ไม่ได้..เขาก้อไม่ประกาศนี่นา..ตอนี้เห็นที่ฉะเชิงเทรากำลังจะสร้างรูปปั้นเทพองค์นี้แหละ..แถวๆคลองเจ้านะ..

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2554

พระราชวังบุเรงนอง


พระราชวังของพระเจ้าบุเรงนอง หรือที่เรารู้จักในนามผู้ชนะสิบทิศ อยู่ในหงสาวดี มีพระธาตุมุเตาอยู่ใกล้ๆชนิดที่เรียกว่าในเขตพระราชวัง มีการขุดค้นขึ้นมาซากปรักหักพังทั้งหลายบอกได้ว่า หงสาวดีเป็นเขตพระราชฐานไปถึงครึ่งเมือง ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ยังถึงกาลอวสาน..ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน..ที่มองเห็นเป็นพระราชวัง..ท้องพระโรง..ที่ประทับ..พระตำหนักพระพี่นางสุพรรณกัลยา..ล้วนบูรณะขึ้นมาใหม่..แต่เห็นเสาที่ฝังในดินของที่ประทับแล้ว..ขนาดตอที่เหลือในดินยังใหญ่เบิ้ม..ตัววังจะขนาดไหน..เสาใหญ่ขนาดนี้ยังอยู่ค้ำฟ้าไม่ได้เลย....เจอฝ่ายราชธานียะไข่..มาเผา..ไม่เหลือซากบนดิน..เหลือแต่ตอที่ฝังดิน..ถูกขุดขึ้นมาวางเรียงรายให้ดู..อนิจจังหนอ..ใหญ่เท่าใหญ่..ก้อมีวัน...